วิศวกรเก่ง กับโค้ดแย่ๆ: ทำไมถึงเกิดขึ้นในองค์กรใหญ่?
เคยสงสัยไหมว่าทำไมวิศวกรซอฟต์แวร์ที่เก่งกาจถึงเขียนโค้ดที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่? บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจนี้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางแก้ไขที่เป็นประโยชน์สำหรับทั้งวิศวกรและองค์กร
หัวข้อนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบนิเวศน์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในองค์กรใหญ่ๆ ที่มักมีปัจจัยต่างๆ มากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกเหนือจากความสามารถทางเทคนิคของวิศวกรเอง
ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิด "โค้ดแย่ๆ"?
1. แรงกดดันด้านเวลาและการส่งมอบ (Time Pressure and Delivery Focus)
ในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็ว องค์กรใหญ่ๆ มักให้ความสำคัญกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ทันตามกำหนดเวลา (Deadline) มากกว่าคุณภาพของโค้ดที่เขียนขึ้นมา ซึ่งนำไปสู่การเขียนโค้ดแบบ "ลวกๆ" หรือ "Quick and Dirty" เพื่อให้ทันตามกำหนด
ผลที่ตามมาคือ โค้ดที่เขียนขึ้นมาอาจจะอ่านยาก, แก้ไขยาก, มีข้อผิดพลาดแฝงอยู่มากมาย และยากต่อการปรับปรุงในอนาคต
2. ระบบและกระบวนการที่ไม่เอื้ออำนวย (Inefficient Systems and Processes)
บริษัทขนาดใหญ่มักมีระบบและกระบวนการที่ซับซ้อน เช่น การอนุมัติโค้ด (Code Review) ที่อาจใช้เวลานาน, การสื่อสารที่ไม่ทั่วถึงระหว่างทีมต่างๆ, หรือการขาดแคลนเครื่องมือที่ทันสมัยในการพัฒนาซอฟต์แวร์
สิ่งเหล่านี้ทำให้วิศวกรต้องใช้เวลาไปกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ดโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพของโค้ด
3. ขนาดและโครงสร้างองค์กร (Organizational Structure)
องค์กรใหญ่ๆ มักมีทีมงานจำนวนมาก และแต่ละทีมอาจทำงานในส่วนที่แตกต่างกันของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในการประสานงาน, การขาดความเข้าใจในภาพรวมของระบบ, และการเขียนโค้ดที่ไม่สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ โครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนอาจทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างล่าช้า และทำให้วิศวกรไม่สามารถปรับปรุงโค้ดได้อย่างรวดเร็ว
4. การหมุนเวียนของพนักงาน (Employee Turnover)
บริษัทขนาดใหญ่มักมีอัตราการหมุนเวียนของพนักงานที่สูง ซึ่งหมายความว่าวิศวกรอาจต้องทำงานร่วมกับโค้ดที่เขียนโดยคนที่ไม่รู้จัก หรือต้องแก้ไขโค้ดที่เขียนโดยคนที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้การทำความเข้าใจโค้ดเดิมเป็นเรื่องยาก และอาจนำไปสู่การเขียนโค้ดที่ซ้ำซ้อนหรือมีปัญหาคล้ายๆ เดิม
5. เทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม (Technology and Platforms)
บางครั้ง วิศวกรอาจถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มที่องค์กรเลือกใช้ ซึ่งอาจเป็นเทคโนโลยีเก่า, ไม่ทันสมัย หรือไม่เหมาะสมกับงานที่ทำ
สิ่งนี้อาจทำให้วิศวกรต้องทำงานที่ยากลำบากมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของโค้ดที่เขียนขึ้น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก "โค้ดแย่ๆ"
- ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น: การแก้ไขข้อผิดพลาด, การปรับปรุงโค้ด, และการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นมาไม่ดีนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโค้ดที่มีคุณภาพ
- การพัฒนาที่ล่าช้า: โค้ดที่อ่านยากและแก้ไขยากทำให้การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ใช้เวลานานขึ้น
- ความพึงพอใจของลูกค้าลดลง: ซอฟต์แวร์ที่มีข้อผิดพลาดและประสิทธิภาพต่ำส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า
- การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ: ความล่าช้าในการพัฒนาและการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาจทำให้องค์กรพลาดโอกาสในการแข่งขัน
แนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะ
แม้ว่าสถานการณ์ "โค้ดแย่ๆ" จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยในองค์กรใหญ่ๆ แต่ก็มีแนวทางในการแก้ไขและป้องกัน
- ให้ความสำคัญกับคุณภาพของโค้ด: องค์กรควรตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพของโค้ดและให้ความสำคัญกับการเขียนโค้ดที่ดี
- ปรับปรุงกระบวนการและระบบ: ปรับปรุงระบบและกระบวนการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การปรับปรุงกระบวนการ Code Review, การใช้เครื่องมือช่วยในการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนา: สนับสนุนให้วิศวกรเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และพัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง
- ลงทุนในการฝึกอบรม: จัดให้มีการฝึกอบรมด้านการเขียนโค้ด, การออกแบบระบบ, และการแก้ไขปัญหาต่างๆ
- สร้างทีมที่แข็งแกร่ง: สร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการทำงานร่วมกัน
- ให้รางวัลสำหรับคุณภาพ: ให้รางวัลสำหรับวิศวกรที่เขียนโค้ดที่มีคุณภาพดี
- การใช้ Agile Development: ปรับใช้แนวทาง Agile Development เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขึ้น
การแก้ไขปัญหา "โค้ดแย่ๆ" ในองค์กรใหญ่ๆ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามร่วมกันของทั้งวิศวกรและผู้บริหาร องค์กรที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า, ลดค่าใช้จ่าย, และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่สนใจในเรื่องของการพัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี หากมีข้อสงสัยหรือความคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถแสดงความคิดเห็นได้ด้านล่าง

ที่มา: Hacker News (Front)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น