DHS: จับตา! ข้อมูลชีวมิติผู้ย้ายถิ่น – เรื่องน่ากังวล?

DHS กับข้ออ้างใหม่ในการเก็บข้อมูลชีวมิติ: ความกังวลที่เพิ่มขึ้น

ข่าวคราวล่าสุดจากสำนักงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) กำลังสร้างความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลชีวมิติของผู้ย้ายถิ่นฐาน ข้อมูลชีวมิติเหล่านี้ประกอบด้วย การสแกนใบหน้า, ม่านตา, และเสียง ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง การขยายอำนาจของ DHS ในลักษณะนี้ได้จุดประกายการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง พวกเขากังวลว่าการกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการเลือกปฏิบัติ

ทำไมการเก็บข้อมูลชีวมิติของ DHS ถึงน่ากังวล?

การตัดสินใจของ DHS ในการรวบรวมข้อมูลชีวมิติของผู้ย้ายถิ่นฐานไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันนำมาซึ่งผลกระทบหลายประการที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

1. การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

ข้อมูลชีวมิติเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการติดตามตัวบุคคล, วิเคราะห์พฤติกรรม, และสร้างโปรไฟล์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ข้อมูลเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมและนำไปใช้ในทางที่ผิดอีกด้วย

2. ความเสี่ยงด้านการเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติ

การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวมิติในวงกว้างอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติได้ ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายกลุ่มประชากรที่เฉพาะเจาะจง, ตรวจสอบ, และจำกัดสิทธิในการเดินทางและการเข้าถึงบริการต่างๆ การตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูลชีวมิติอาจนำไปสู่ความอยุติธรรมและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

3. การขาดความโปร่งใสและการตรวจสอบ

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลเกี่ยวกับการขาดความโปร่งใสและการตรวจสอบในการรวบรวมและใช้ข้อมูลชีวมิติของ DHS ข้อมูลเหล่านี้มักถูกเก็บรักษาไว้โดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน และไม่มีกลไกที่เพียงพอในการตรวจสอบการใช้ข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้อำนาจในทางที่ผิดและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผลกระทบต่อผู้ย้ายถิ่นฐานและสังคมโดยรวม

การขยายอำนาจของ DHS ในการเก็บข้อมูลชีวมิติมีผลกระทบอย่างมากต่อผู้ย้ายถิ่นฐานและสังคมโดยรวม

  • ความหวาดกลัวและการปิดกั้น: การเก็บข้อมูลชีวมิติอาจทำให้ผู้ย้ายถิ่นฐานรู้สึกหวาดกลัวและไม่ไว้วางใจหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดกั้นการเข้าถึงบริการที่จำเป็นและการมีส่วนร่วมในสังคม
  • การละเมิดสิทธิมนุษยชน: ข้อมูลชีวมิติอาจถูกนำไปใช้ในการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การควบคุมตัวโดยพลการ, การปฏิเสธการเข้าเมือง, และการกีดกันทางสังคม
  • ผลกระทบต่อสังคมโดยรวม: การเก็บข้อมูลชีวมิติในวงกว้างอาจส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในสถาบันของรัฐ, การลดลงของเสรีภาพในการแสดงออก, และการกัดเซาะหลักนิติธรรม

ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข

เพื่อรับมือกับความกังวลเหล่านี้ จำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะที่เหมาะสม

  • การจำกัดขอบเขตการเก็บข้อมูล: กำหนดขอบเขตการเก็บข้อมูลชีวมิติให้แคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจำกัดการใช้ข้อมูลให้เฉพาะวัตถุประสงค์ที่จำเป็นเท่านั้น
  • การเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบ: สร้างกลไกที่โปร่งใสในการรวบรวม, จัดเก็บ, และใช้ข้อมูลชีวมิติ รวมถึงการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: ออกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับการละเมิดข้อมูล
  • การให้ความรู้และสร้างความตระหนัก: สร้างความตระหนักเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบของการเก็บข้อมูลชีวมิติในวงกว้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและปกป้องสิทธิของตนเอง

การเก็บข้อมูลชีวมิติโดย DHS เป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีผลกระทบในวงกว้าง การทำความเข้าใจถึงความกังวล, ผลกระทบ, และแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องสิทธิส่วนบุคคล, ส่งเสริมความเป็นธรรม, และสร้างสังคมที่เปิดกว้างและเป็นประชาธิปไตย



ที่มา: Ars Technica

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Get in Touch

Feel free to drop us a line to contact us

Name*


Message*


  • Phone+66989954998
  • Address380/4, Ban Rop Mueang, Tambon Rop Mueang, Mueang Roi Et District, Roi Et Province 45000, Thailand
  • Emailjuttupronb@gmail.com

Pages